วันนี้ (3 มีนาคม 2017) เป็นวันแรกที่ "Nintendo Switch" เครื่องเล่นเกมส์รุ่นล่าสุดที่ทางนินเท็นโดหมายมาดจะผลิตออกมาผงาดในตลาดเกมคอนโซลอีกครั้ง หลังจากล้มเหลวอย่างแรงกับเครื่อง Wii-U ที่ออกมาก่อนหน้านี้
วันนี้ทางฟามิตสึได้ไปถ่ายภาพที่ร้าน Big Camera ซึ่งร้านเตรียมเปิดขายสินค้าตอน 9 โมง แต่คนรายงานข่าวไปถึงที่นั่นประมาณ 7.30 น. ก็พบว่า มีคนมายืนรอต่อแถวซื้อเครื่องกันกว่า 100 คนแล้ว
เนื่องจากคนรายงานข่าว ได้บุคส์ตั๋วจองไว้ เลยได้ไปเข้าคิวแยกอีกฝั่ง
เป็นประจำอยู่แล้วสินะที่ญี่ปุ่น มีเครื่อง มีเกมใหม่ออกทีไร ก็ไปยืนรอคิวกันยาว เห็นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน








ตอนยืนอยู่ในแถว ตั๋วคิว มีให้เลือกด้วยว่าจะซื้อเครื่องสีอะไร ก็ระบุได้เลย


จะไม่ให้คนไปรอคิวได้ยังไง ก็ขนาดร้าน Ikebukuro เปิดขายตอน 9:15 น. แป๊บเดียว คิวจองกว่า 400 คนก็หมดเกลี้ยงในพริบตา... นี่แหล่ะ!!! ที่เขาเรียกว่า "Day One" เท่านั้น!!!
เกมส์ที่ป๊อบที่สุดก็คือเกมส์ "Legend of Zelda Breath of the Wild" ซึ่งเห็นแล้วคาดว่าคนที่ซื้อเกมนี้น่าจะประมาณ 80% ของคนที่มาเข้าคิวช่วงเช้านี้เลยทีเดียว ส่วนเกมอื่น ๆ ที่มีการซื้อรองลงมาก็ได้แก่ 1-2-Switch , Super Bomberman R, Puyo Puyo Tetris S ฯลฯ
ไปดูบรรยากาศเชลฟ์วางสินค้าและตอนที่คนที่ยืนซื้อของกันข้างล่างนี้








▲ สังเกตุภาพข้างบน จะเห็นได้เลยว่า เกมที่ลูกค้าส่วนใหญ่หยิบมาซื้อพร้อมเครื่องก็คือ Zelda นั่นเอง
ส่วนใหญ่คนที่มาจะเป็นผู้ชาย แต่ก็มีผู้หญิงมาซื้อบ้างเป็นส่วนน้อย บางคนเป็นนักเรียนที่หยุดจากการสอบและพิธีที่โรงเรียนมาซื้อเกม เพราะอยากรีบเอากลับไปเล่นที่บ้าน
(คู่รักชาวสเปนกะภรรยาชาวญี่ปุ่น ดีใจมาก ซื้อได้แล้ว ^_^ )

สาวน้อยอายุ 15 ปี วันนี้โรงเรียนหยุด เลยรีบมาซื้อเครื่อง "หนูอยากเล่น Zelda อ่ะ"

นักศึกษาหนุ่มคนนี้ก็ซื้อเกมส์ Zelda เหมือนกัน

สาวมหาลัยอายุ 22 ปี ซื้อ Zelda และ Pro controller

เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี โดดงานพิธีจบการศึกษาที่โรงเรียน เพื่อมาซื้อเครื่องโดยเฉพาะ คนซ้ายซื้อ Zelda คนขวาซื้อ Bomberman R

เจ๊คนนี้คนสำคัญเลย... เจ๊คุโด้ซึ่งเป็นทีมงานแผนกอดิเตอร์ของฟามิตสึ
ในที่สุดเจ๊ก็ได้เครื่องไปครองแล้ว... เย้!!!! ^o^


หลังได้เครื่องเกมใหม่แล้ว กลับมาถึง เราก็แกะถุง ถ่ายภาพมาให้ชมทันที ไปดูกันเล้ย!!!
อันนี้เป็นเซ็ตและอุปรกรณ์ทั้งหมดที่เราซื้อมาครับ

เปรียบเทียบขนาดกล่องของเครื่องกับหนังสือ จะรู้สึกเลยว่า กล่องไม่ใหญ่นะ


พวกคุณเคยรู้สึกไหม เวลาได้เครื่องเกมใหม่มา มันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น ได้สัมผัสมันครั้งแรก ไม่ว่าจะกี่ที ก็ยังรู้สึกแบบนั้นทุกที (นึกว่าผมจะเป็นคนเดียวซะอีก คนที่ฟามิตสึก็เป็นแฮะ)
เปิดดดด กล่อง~~~

ด้านข้างกล่องมีบอกวิธีการชาร์จและการถอดจอย

ข้างในกล่องจะแยกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุปกรณ์จอสำหรับ Table Mode + Joy
ส่วนอีกชั้นเป็นสาย HDMI , Joy-Con grip, Joy-Con strap, ด้านขวาสุดเป็น Nintendo Switch dock


หยิบออกมาดูทีละส่วนเลยครับ
อันนี้เป็นบอดี้ของ Switch ซึ่งดูแล้วจะเหมือนกับ tablet ทั่วไป

เปรียบเทียบกับขนาดหนังสือฟามิตสึ (เรารู้นะว่าจงใจแอบแทรกโฆษณาหนังสือ)

ด้านบนของเครื่อง มีปุ่มดังนี้ 1. ปุ่มพาวเวอร์เปิด/ปิด 2. ที่เสียบหูฟัง 3. ช่องเสียบตลับเกม

ด้านล่างของเครื่อง มีช่อง USB - Type - C สำหรับเสียบชาร์จไฟ ตรงที่เห็นเป็นรอยด้านขวาคือแสตนด์สำหรับใช้ตั้งเครื่อง

ด้านข้าง สำหรับใช้เสียบจอยคอน

ด้านหลัง มีโลโก้ของ Switch อยู่

ช่องเสียบ Micro-SD card


ถัดมา ไปดูจอยคอน... ถ่ายมาให้ดูทุกด้านครับ



ที่ด้านล่างของจอยฝั่งซ้ายจะมี motion iR camera สำหรับอ่านการเคลื่อนไหวของจอยเวลาที่เราเล่น

ด้านในจอยคอนจะมีปุ่ม SL กับ SR (ใช้ในกรณีที่ถอดจอยออกมาเล่นแยกกัน)

ถ้าเสียบสายรัดข้อมือเพิ่มเข้าไป จะเป็นแบบนี้

แม้จะดูหนาขึ้น แต่สามารถกดปุ่ม SL - SR ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

เอาจอยคอนมาเสียบเข้ากับ dock กลายเป็น Joy Grip ขนาดใหญ่




ถ้าเสียบเข้ากับเครื่อง กลายเป็น Mobile Mode

ถ้าเอาไปเสียบเข้าไปกับ Nintendo Switch dock จะสามารถชารจ์ไฟเข้าเครื่องและจอย

ทั้งหมดของเครื่องแล้วครับ...

ทีมงานฟามิตสึที่รีวิวนี้ ค่อนข้างชอบเครื่องนะ เห็นชมไม่ขาดปากเลย หลังจากรีวิวเครื่องหลักกันไปแล้ว มาต่อกันที่อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ กันดีกว่าครับ
เริ่มต้นกันที่ "Nintendo Switch Pro controller" คนรีวิวจะเอาไว้เล่นเกมส์ Zelda

ข้างในมีจอยและสายชาร์จ

มองผ่าน ๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นจอยดำล้วน ที่ไหนได้ มันโปร่งใส เห็นข้างในด้วย

ช่องสำหรับเสียบที่ชาร์จไฟ

คนรีวิวยังไม่ได้ลองเอาไปเล่นเกมนะครับ แต่เขารู้สึกว่าจอย Nintendo Switch Pro controller น่าจะเอาไปเล่นได้ง่ายและเล่นได้ยาว ๆ ครับ ไปต่อกันที่อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ครับ
ข้างล่างก็... กระเป๋าใส่เครื่องและแผ่นกันรอย



เทียบกันกับขนาดหนังสือ (แน่ะ... แอบโฆษณาอีกแล้วนะผมรู้ ^_^ )

เปิดด้านในออกมา จะเห็นช่องสำหรับใส่ตลับเกมด้วยนะ



อันนี้เป็นชุดเกมส์ Zelda's Legend Breath of the Wild ชุด Collector Edition ใครซื้อเซ็ตนี้ก็จะได้ของตามภาพข้างล่างนี้ครับ ได้แก่ "Special design title sheet", "amiibo link riding", "Collector's edition" package, "Special map", "" The Legend of Zelda Breath of the Wild "" Soft, "Sound Selection"

แผนที่ขนาด 54 x 48 ซม. เป็นภาพแผนที่ของอาณาจักร Hyrule

พลิกมาด้านหลัง

หมดแล้วครับสำหรับรีวิวเครื่องที่เพิ่งซื้อมา ตอนนี้กำลังเอาไปชาร์จไฟอยู่ เลยยังไม่สามารถเขียนรีวิวตอนเล่นได้ว่าเล่นแล้วรู้สึกยังไง แต่เรื่องรีวิวเครื่องคงมีหลาย ๆ เว็บรีวิวออกมากันเรียบร้อยแล้วล่ะ
เพิ่มเติมนิด... อันนี้เป็นขนาดของตลับเกมครับ พกออกไปข้างนอกต้องเก็บดี ๆ นะ ไม่งั้นปลิวหายไปได้อย่างแน่นอน


ข้อมูลรีวิวจากเว็บฟามิตสึครับ ^_^
ข้างล่างนี้เป็นบทความของคุณ NagiVhikari ณ. เว็บ gconhub.com ซึ่งได้แปลรีวิวเครื่องจากหลาย ๆ สำนักแล้ว รายละเอียดตามนี้ครับ
Kotaku
[Link]
Wired
[Link]
Destructiod
[Link]
IGN
[Link]
สรุป จากรีวิว
ข้อดี
- Portability ทำมาได้ดีมาก เล่นอยู่แล้วต้องเดินทางก็ถอดจากด๊อคแล้วเล่น Mobile Mode ได้เลย แต่แบตไม่ค่อยน่าประทับใจ
- Zelda เกมดีมาก
- ระบบของ JoyConใน 1-2 Switches ทำมาได้ดีมาก
- UI ทำมาค่อนข้างดี เร็ว ดูสะอาด และทำงานได้อย่างที่ควรทุกอย่าง ดีกว่า Wii U มากๆ แต่โดยรวมก็ไม่ได้ cutting edge หรือดีอะไรถ้าเทียบกับเจ้าอื่น
ข้อเสีย
- วัสดุทำมาไม่ค่อยดี ทั้ง Dock และ JoyCon (Plastic in 2017 lol)
- มีปัญหาฮาร์ดแวร์ ด้าน Physical เช่น Latch ที่ติดจอยคอนนั้นทำมาไม่ค่อยดี พังง่ายในอายุการใช้งานสั้นๆ ทำให้มันไม่ติดจอยคอนเข้ากับตัวจอ เล่นๆไประวังจอบินนะจ้ะ
- จอยคอน ดีไซน์มาไม่ค่อยดีการควบคุมหลายๆอย่างต้องเอื้อมมือเยอะ ไม่ได้สบายเหมือนจอยคอนโซลเครื่องต่างๆ ปุ่มวางมาแปลกๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
- มีปัญหาด้านการตอบสนอง Input ของตัว Thumbstick( analog) เช่น บางทีกดโยกแล้ว มันเดินเองเป็นสิบวิ หรือกดแล้วแต่ก็ไม่เดิน ถ้าเกิด ยกจอยคอนออกมาไกล Dock เกินไป หรือมีอะไรบังสัญญาน
- ขาตั้งด้านหลังก็ทำมาไม่ดี ใช้ไปพังชัว
- ไม่มี Wow Factor เครื่องดาดๆมากๆ
- จอยคอนกับ โปรคอนโทรลเลอ ไม่มี headphone output
- รูชาร์จอยู่ด้านล่าง ทำให้เราไม่สามารถตั้งหน้าจอไปแล้วชาร์จไปได้ เพราะเคเบิ้ลจะขวางทาง
- Tablet ไม่มี hdmi input ต้องพก dock ไปตลอดเวลา
- ไม่ Support Bluetooth Headset
- สาย HDMI สั้นมากๆ
- Grip ของ จอยคอนชาร์จไม่ได้ เพราะงั้นถ้าจะชาร์จต้องถอด แล้วชาร์จ แล้วค่อยมาเสียบใหม่อีกทีทุกรอบ
- ดูดแบตกว่าเดิมเวลาใช้คอนโซลโหมด สมมุติชาร์จมาร้อยเปอ แล้วไปตั้งเล่น แบตจะลดเหลือ88 เปอ ไม่ต่ำกว่านี้ แต่ก็แบตลด
- อุปกรณ์เสริมต่างๆมากมายที่ควรซื้อ เพื่อจะได้รับประสบการณ์เต็มที่ ราคาเกือบ $200 เพราะฉนั้นแล้ว ถ้าคุณอยากเล่นแบบเต็มที่จะต้องจ่าย $500
- พยายามมีจุดเด่นหลายๆอย่าง สุดท้ายแล้ว ไม่มีข้อไหนที่ทำมาได้ดีเลย
- 32 Gb storage นี่น้อยมาก ถ้าอยากได้มากกว่านี้ต้องไปซื้อ Micro SD เอา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ซัพพอร์ท
IGN 6.7/10
Wired 5/10
ปล. ข้อเสียยังแปลไม่หมด มีเยอะไป แต่ข้อดีแปลหมดแล้วครับ มีแค่นั้นแหละ
ที่มา : http://gconhub.com/?func=show&page=news&id=79784
ความคิดเห็นเกี่ยวกับโพสนี้