
ขอนอกเรื่องแนวโพสหน่อยนะครับ (เนื่องจากได้ดูฟรี ก็รีวิวให้เขานิดนึง)
ขอรีวิวสั้น ๆ แบบไม่สปอยด์ครับ
วันนี้มีโอกาสได้ไปดู "มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ" รอบสื่อมวลชน ซึ่งก็แน่นอนว่าในรอบนี้ จะมีดาราไปร่วมงานกันมากมาย ทั้งซันนี่ และมารี ก็เห็นอยู่ในงานด้วย รวมถึงดาราบางคนที่ไม่ได้แสดงในเรื่องก็ได้รับเชิญให้ไปชมกันด้วยเหมือนกัน
คนไปดูค่อนข้างเยอะพอสมควร พอเริ่มฉาย พิธีกรมีการผิดคิวเล็กน้อย แบบว่าเชิญให้ซันนี่มาพูดเปิดภาพยนต์ ซึ่งซันนี่ก็พูดง่าย ๆ สั้น ๆ แค่ว่า "ชมเลยเถอะ เสียเวลามาเยอะละ" 555+ ... หลังจากนั้น ก็เริ่มชมหนังกัน

มิสเตอร์เฮิร์ทเป็นเรื่องราวของ "ดอน สีชัง" นักเทนนิสซูเปอร์สตาร์หนุ่ม ที่ฟอร์มหลุดชนิดเสียท่า เพราะบาดเจ็บจากความรักของ แอนนา ดาราสาวสวย ที่ถูกร็อกเกอร์หนุ่มมาดเข้มอย่าง จิมมี่ เดอะร็อกเก็ต เข้ามาแย่งชิงพื้นที่หัวใจ กระทั่งดอน สีชัง ได้รับความช่วยเหลือจาก ดิว เพื่อนหญิงในวัยเด็ก ที่เข้ามาร่วมภารกิจพิชิต ความเฮิร์ทต่อความรักของดอน และศัตรูหัวใจอย่างจิมมี่ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรต้องไปชมในโรงภาพยนต์นะครับ
ตัวอย่างหนัง (ใครไม่อยากถูกสปอยด์ ก็รอไปชมในโรงภาพยนต์เลยก็ดีครับ เพราะตัวอย่างตัดส่วนฮาสุด ๆ มาหลายส่วนเลยครับ)
ตัวหนังเริ่มต้นขึ้นมาด้วยความหม่นหมองของพระเอกที่เพิ่งเลิกลากับแฟนสาวไป ซึ่งถ้าใครเคยมีประสบการณ์แย่ ๆ เกี่ยวกับความรักมาก่อนแบบพระเอกในเรื่อง คงจะเข้าใจอารมณ์ของดอนได้เป็นอย่างดีเลย ว่ารู้สึกแย่แค่ไหน? วัน ๆ ไม่อยากทำอะไร จมอยู่กับความเศร้า เสียงาน เสียไปหมดทุกอย่าง ทำให้บรรยากาศช่วงแรกของตัวหนังค่อนข้างอึมครึม

แม้จะมีมุขตลกแทรกอยู่บ้าง แต่ก็ยังเรียกเสียงฮาได้น้อยพอสมควร จนนางเอกของเรื่องเริ่มโผล่มา บรรยากาศของหนังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป มีสีสันมากขึ้น เริ่มตบมุขมากขึ้น แม้บางมุขจะดูแป้ก ๆ แต่ก็ยังทำให้เราอมยิ้มได้


หนังจะมีการจิกกัดแบบเล็ก ๆ ในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่างเช่นชื่อพระเอก "ดอน สีชัง"... ก็คงจิกกัดชื่อของ "ภราดร ศรีชาพันธุ์" อดีตนักเทนนิสชื่อดังชาวไทย ให้พอขำ ๆ กัน (ส่วนเรื่องจิกกัดอื่น ๆ ไปชมในโรงแล้วกัน ไม่พูด เดี๋ยวเสียอรรถรส)
พูดถึงตัวละครแต่ละตัว เช่น "ดอน" (แสดงโดยซันนี่) ยังคงใช้สไตล์พระเอกเดิม ๆ ของซันนี่ ซึ่งก็แสดงได้กวน ๆ ดูน่ารักเช่นเคย จะมีก็แต่เรื่อง "อารมณ์โกรธ" ที่จะดูเกิน ๆ ไปนิด แต่ก็คงเป็นจุดเด่นของพระเอกในเรื่องนั่นแหล่ะ ส่วนนางเอกในเรื่อง "ดิว" (แสดงโดยหลิว) ได้บทที่ค่อนข้างฉีกไปจากตอนที่เธอเล่นซีรีส์พอสมควร ซึ่งในเรื่องนี้ เธอจะดูน่ารักมาก แต่จะว่าสดใสสุด ๆ ก็ไม่ใช่ เพราะตัวละครนี้ก็ยังมีด้านหม่นหมองอยู่เหมือนกัน แต่การแสดงโดยรวมสำหรับผมถือว่าเธอสอบผ่านครับ
ส่วนตัวละครหลักอีก 2 คนคือ "จิมมี่" (แสดงโดยเผือก) สำหรับคนนี้ แค่เห็นหน้าเขา ผมก็รู้สึกตลกแล้วครับ เพราะหนังแทบทุกเรื่องของเผือกออกแนวฮาตลอด แต่สำหรับเรื่องนี้ โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าบทจะฮาน้อยกว่าเรื่องก่อน ๆ อาจจะด้วยความเป็นซุปตาร์ในเรื่อง เลยต้องมีการวางตัว(ดูน่าหมั่นไส้) ทำให้บทบาทของจิมมี่จะฮามากเกินไปไม่ได้(เดี๋ยวเสียลุค) ส่วนตัวละครสุดท้าย "แอนนา" (แสดงโดยมารี) ผมว่าเป็นบทที่ดูชิวที่สุดแล้ว แม้จะเป็นตัวละครหลักในเรื่อง แต่ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ เธอมีบทบาทน้อยและดูไม่เด่นเท่าไหร่นัก ไม่ฮา ดังนั้นใครที่เป็นแฟนละครมารี แล้วได้ไปดูเรื่องนี้ ก็อย่าไปคาดหวังกับบทบาทในหนังเรื่องนี้ของเธอมากไปนักครับ


ในส่วนของการดำเนินเรื่อง ในความรู้สึกของผม รู้สึกว่า "ค่อนข้างเนิบ" ไปนิดนึงครับ เทียบกับแฟนเดย์ที่ฉายก่อนหน้านั้น จะมีสีสันและการเดินเรื่องที่น่าดูมากกว่า (แต่... เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ความชอบคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะรู้สึกว่าดีมากก็ได้ครับ ต้องลองไปชมกันเอาเอง) แต่ถึงจะบอกว่าเนิบ ๆ แต่ก็สนุกคลายเครียดไปได้ตลอดเรื่องนั่นแหล่ะครับ จนไปถึงปลายเรื่องก็มีการหักมุมแบบขำ ๆ เล็ก ๆ ชนิดทั้งพระเอกในเรื่องและคนดูก็โดนกันถ้วนหน้า แต่ก็ถือว่าเป็นการหักมุมที่ดีครับ
สรุปข้อดี หนังมีความสนุก คลายเครียด เพลงประกอบเพราะดีครับ ดูแล้วทำให้เรารู้สึกอินไปกับความรักของพระ-นางในเรื่องได้ แม้ช่วงแรกของหนังจะอึมครึมไปบ้าง แต่เนื้อหาช่วงปลายเรื่องก็ทำออกมาได้ดี หักเข้ามุมจบได้อย่างสวยงาม ไม่ค้างคาใจผู้บริโภคเหมือนแฟนเดย์ครับ ฉนั้นใครที่ชอบหนังแนวแฮ้ปปี้แอนดิ้ง จบแบบสุขใจ ไปดูกันได้เลยครับ
ส่วนข้อเสีย หนังเดินเรื่องเนิบไปนิด มุขตลกบางมุขดูแป้ก ๆ สังเกตุได้จากเสียงฮาในโรงค่อนข้างเบา ความน่าติดตามของเรื่องปานกลางครับ

แต่โดยรวมแล้ว หนังสอดแทรกแง่คิดเกี่ยวกับความรักให้คนดูพอสมควร และถ้าได้ดูจนจบ จะรู้สึกได้เลยว่า "หนังดี" ครับ เรียกได้ว่า "ไม่เสียดายเงิน"... ใครว่าง และอยากคลายเครียด หนังเรื่องนี้จัดว่าเป็นหนังที่ช่วยคุณได้อย่างแน่นอนครับ ^_^
คะแนน(ความรู้สึกส่วนตัว) 7.5/10
ความคิดเห็นเกี่ยวกับโพสนี้