
ในทุก ๆ ปีของงาน WONDER FESTIVAL งานจัดแสดงโมเดลฟิกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จะมีการคัดเลือกโมเดลเด่น ๆ ที่ทางผู้สร้างต้นแบบฟิกเกอร์นำมาโชว์ภายในงาน ซึ่งผลงานที่ถูกรับเลือกเหล่านี้ จะได้เป็นหนึ่งในงานปั้นที่ได้รางวัล "WONDER SHOWCASE" ในปีนั้น ๆ และแน่นอนว่า งานปั้นเด่น ๆ เหล่านี้ ก็จะได้รับความสนใจ และสร้างความรู้สึกภูมิใจให้กับผู้สร้างงานต้นแบบนั้น ๆ เป็นอย่างมาก

โดยหนึ่งในผลงานโดดเด่นที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนนึงของ "WONDER SHOWCASE" ลำดับที่ #108 ก็คืองานปั้น "Gravelord Nito" บอสโครงกระดูกแสนน่ากลัวจากเกม Dark Souls ที่เป็นผลงานสร้างสรรค์โดย "โซอิจิ ฮาริกิริ" (Soichi Harigiri) นักปั้นหนุ่มวัย 33 ปีแห่งญี่ปุ่น

โดยโซอิจิ นั้นเคยผ่านงานในฐานะนักปั้นต้นแบบงานพลาสติกโมเดลในช่วงปี 2008 และต่อมาในปี 2011 เขาก็ได้นำผลงานเข้ามาร่วมในงาน Wonder Festival เป็นครั้งแรก โดยผลงานนั้นมีชื่อว่า "G-Rug" ซึ่งในช่วงเวลานั้น เขาจะมีผลงานออกมาในแนวแฟนตาซี เกม หรือโมเดลสาว ๆ ที่มีคาแรกเตอร์หลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งฝีมือเริ่มพัฒนามากขึ้น หลังจากนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้มีโอกาสเรียนรู้โปรแกรมสร้างงานปั้นอย่าง Z-Brush และเริ่มทำงานปั้นในแบบดิจิตอล ซึ่งผลงานที่เขาตั้งใจทำจากโปรแกรมนี้ก็คือ Gravelord Nito จากเกม Dark Soul นั่นเอง

หากมองผ่าน ๆ เราก็อาจจะเห็นมันเป็นแค่งานปั้นตัวละครสัตว์ประหลาดตัวนึงเท่านั้น แต่ถ้ามองลึกเข้าไปถึงรายละเอียดของงานปั้นชิ้นนี้แล้ว ก็จะพบว่า มันเป็นงานปั้นที่มีรายละเอียดที่ค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว แค่โครงสร้างกระดูกของมนุษย์ ก็มีชิ้นส่วนเล็ก ๆ กว่า 120 ชิ้นแล้ว ส่วนที่เป็นผ้าคลุมก็ต้องใช้เส้นใยสังเคราะห์กว่า 43 ส่วนเพื่อสร้างให้งานปั้นชิ้นนี้ออกมาดูสมบูรณ์ตามแบบต้นฉบับดีไซน์ของเกม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ


โซอิจิกล่าวว่า... เป้าหมายของเขาก็คือ การที่ผลงานของเขาถูกรับเลือกให้ได้เป็นหนึ่งใน "WONDER SHOWCASE" ซึ่งตอนที่เขาคิดจะทำงานปั้นชิ้นนี้ขึ้นมานั้น หลาย ๆ คนที่เห็น มักจะบอกเขาว่า ดีไซน์นี้ มันจะทำออกมาเป็นแบบสามมิติได้จริงหรือ??... แต่เขาเชื่อว่า เขาสามารถนำดีไซน์บอสแห่ง Dark Sould นี้ มาทำเป็นงานปั้นที่สมบูรณ์ได้ จนแม้แต่คนที่ได้มาเห็นผลงานชิ้นนี้จะต้องอุทานออกมาว่า "เฮ้ย.. เขาทำได้ยังไงเนี่ย???" ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่สิ่งที่เขาพยายามมา สามารถทำออกมาได้จริง และต่อไป เขาเองก็ยังคงตั้งใจที่จะนำเสนอผลงานใหม่ ๆ ในงาน Wonder Festival ครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย และทำให้เขาพัฒนาความสามารถของเขาให้มากยิ่งขึ้น


หากใครที่สนใจและอยากรู้จัดโซอิจิให้มากขึ้น ลองติดตามเขาได้ทาง Twitter นี้เลย
https://twitter.com/harigilly
ความคิดเห็นเกี่ยวกับโพสนี้